เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง ดูดน้ำเอง (Self Priming)
คุณสมบัติพิเศษมากมาย
รุ่น QGZ 50-30 ท่อขนาด 2นิ้ว
- สตาร์ทติดง่าย
- ดูดน้ำได้ด้วยตัวเอง (Self Priming)
- เครื่องเดินเรียบ สั่นสะเทือนน้อย
- โครงเหล็กอย่างดี แข็งแรงทนต่อการกระแทก
- เครื่องยนต์ออกแบบโดยหลักการวาวล์เหนือสูบ(OHV)
- ประหยัดน้ำมันและไม่เกิดเสียงดังรบกวน
- พิเศษ*ระบบป้องกันลูกสูบ (Oil sensor) ถ้าน้ำมันขาด เครื่องจะดับกันไม่ให้ลูกสูบและส่วนอื่นๆเสียหาย
- มีควันเสียน้อย
- อะไหล่หาง่าย(ใช้ได้กับอะไหล่ของ ฮอนด้า) และ ราคาถูก
| MODEL |
QGZ 50-30 |
| รูน้ำเข้า |
50 mm (2 inches) |
| รูน้ำออก |
50 mm (2 inches) |
| ความเร็วรอบปั๊ม |
3600 rpm |
| ส่งสูง (m) |
30 |
| ดูดลึก (m) |
5 |
| ปริมาณน้ำ (ลิตร/นาที) |
600 liters/min |
| Matching Engine |
168 FB |
| Max Power (kw) |
6.5 HP/3600 rpm |
| Dimension (mm) |
490 x 385 x 405 |
| Net Weight (kg) |
28 |
1. ข้อดี
สาเหตุที่ทำ ให้เครื่องสูบนํ้าแบบหอยโข่งเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ก็เนื่องจาก
มีข้อดีอยู่หลายประการ ดังต่อไปนี้
1.1 ลักษณะโครงสร้าง และส่วนประกอบไม่ซับซ้อน
1.2 ไม่มีวาล์วหรือลูกสูบ
1.3 ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวมีเพียง 2-3 ชิ้น
1.4 สมรรถนะในการทำ งานเป็นไปอย่างสมํ่าเสมอ ไม่มีการกระแทกหรือสั่น
สะเทือน
1.5 กระทัดรัด และนํ้าหนักเบา
1.6 อายุใช้งานนาน
1.7 บำ รุงรักษาน้อย
1.8 ราคาถูก
2. ข้อเสีย
สำ หรับข้อเสียมีเพียงบางประการคือ
2.1 ก่อนจะสูบนํ้าต้องมีการล่อนํ้า ถ้าหากว่าเครื่องสูบนํ้านั้นไม่มีลิ้นหัวกระ
โหลกหรืออุปกรณ์ล่อนํ้าอัตโนมัติ
2.2 สูบนํ้าได้ไม่เกิน 10 เมตร โดยวัดจากเครื่องลงไปยังผิวนํ้า
ข้อควรระวังประการหนึ่งของการใช้เครื่องสูบนํ้าแบบหอยโข่งคือความเร็วของใบพัด
ถ้าความเร็วเปลี่ยน คุณสมบัติต่าง ๆ ของการสูบนํ้าก็จะเปลี่ยนตาม เพราะตามทฤษฎีแล้ว
1. ปริมาณนํ้าที่สูบได้จะแปรผันตามความเร็ว
2. ระดับนํ้าที่สูบขึ้นไปได้จะแปรผันตามความเร็วยกกำ ลังสอง
3. กำ ลังที่ใช้ฉุดจะแปรผันกับความเร็วยกกำ ลังสาม
ดังนั้นเมื่อใช้งาน เครื่องสูบนํ้าจึงควรจะหมุนให้ได้ความเร็วรอบตามที่บริษัทผู้ผลิตได้
ระบุไว้ในหนังสือคู่มือของเครื่องสูบนํ้านั้น ๆ เสมอ
การติดตั้งเครื่องสูบนํ้าให้อยู่ในตำ แหน่งที่ทำ งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้น
ควรจะปฏิบัติตามหัวข้อต่อไปนี้
1. ติดตั้งเครื่องสูบนํ้าให้อยู่ใกล้กับแหล่งนํ้ามากที่สุด ทั้งนี้เพื่อทำ ให้ระยะสูบสั้นที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งก็เป็นเหตุทำ ให้ท่อดูดสั้นลงไปด้วย ความสูญเสียเนื่องจากการเสียด
ทานของนํ้าก็จะลดลงตาม ปริมาณนํ้าที่สูบได้ก็จะเพียงพอกับความต้องการและคุ้มค่านํ้ามัน
ที่ต้องเสียไป
2. ติดตั้งเครื่องสูบนํ้าให้อยู่บนฐานอย่างมั่นคง รองด้วยยางระหว่างแท่นเครื่องกับ
ฐาน เพื่อลดการสั่นสะเทือน
3. ถ้าใช้สายพานเป็นตัวส่งกำ ลังขับเคลื่อน แนวสายพานที่คล้องระหว่างมู่เล่ของ
เครื่องต้นกำ ลังกับมู่เล่ของเครื่องสูบนํ้าควรจะตรง ไม่บิดเอียง ทั้งนี้เพื่อทำ ให้การส่งกำ ลังได้
ผลเต็มที่
4. ตรวจสอบทิศทางหมุนของใบพัดให้ถูกต้อง โดยเทียบได้จากทิศทางของลูกศรที่
เขียนติดอยู่กับเรือนสูบ
5. ถ้าใช้ลิ้นหัวกระโหลกด้วยก็จำ เป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตั้งลิ้นกันนํ้าไหลกับที่ท่อส่ง
เพราะเหตุว่าเมื่อหยุดสูบ นํ้าที่ค้างอยู่ในท่อส่งจะไหลกลับคืนมายังเครื่องอย่างแรงและรวด
เร็ว อาจทำ ให้เรือนสูบแตกร้าวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่สูบนํ้าขึ้นไปสูง ๆ
6. ในกรณีที่สูบนํ้าจากแม่นํ้าหรือลำ คลอง การติดตั้งท่อดูดควรจะทำ ตาม รูปที่ 6 ถ้า
ระดับนํ้าในแม่นํ้าหรือลำ คลอง เปลี่ยนแปลงขึ้นลงมาก ก็ควรจะติดตั้งท่อดูดหรือเครื่องสูบนํ้า
ไว้บนแพ
7. เมื่อมีการต่อท่อโค้งใกล้กับเครื่องสูบนํ้า ความยาวของท่อนํ้าก่อนที่จะถึงส่วนโค้ง
ควรจะยาวอย่างน้อย 5 เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อ
8. การวางท่อดูดที่ถูกต้องนั้น อย่าให้หัวกระโหลกสัมผัสกับก้นคลอง หรือ ขอบคลอง
เพราะจะทำ ให้นํ้าไหลเข้าท่อไม่สะดวก วิธีที่ถูกคือควรจะยกปลายท่อดูดให้หัวกระโหลกอยู่
ห่างจากพื้นประมาณ 10-15 ซม. ถ้ายกสูงชิดผิวนํ้ามากเกินไปนํ้าบริเวณหัวกระโหลกจะ
หมุนวนโอกาสที่อากาศซึ่งไม่เป็นที่ต้องการจะปนเข้าไปกับนํ้าที่สูบมีมาก ถ้าเป็นไปได้ควรจะ
วางท่อดูดให้อยู่ในบริเวณที่มีนํ้ามากที่สุดใช้ตะกร้าไม้ไผ่หรือชะลอมหุ้มหัวกระโหลกไว้อีกชั้น
หนึ่ง เพื่อป้องกันเศษขยะ หรือเศษสวะไหลเข้าไปติดก็ได้ สำ หรับข้อต่อทุกอันนั้นต้องขันให้
แน่น อย่ามีรูให้อากาศรั่วเข้าโดยเด็ดขาด
9. ระดับปากท่อส่งควรจะอยู่สูงกว่าระดับกึ่งกลางของเครื่องสูบนํ้าประมาณ 50 ซม.
เพื่อกักนํ้าให้เหลืออยู่ภายในเครื่องสูบนํ้า เมื่อหยุดสูบอากาศภายนอกก็จะไม่มีโอกาสเข้าไป
แทนที่
สิ่งที่สำ คัญที่สุดในการสูบนํ้า คือ ตราบใดที่ยังมีอากาศหลงเหลืออยู่ในท่อหรือเรือน
สูบ จะสูบนํ้าไม่ขึ้น ไม่ว่าใบพัดจะหมุนเร็วเท่าใด
1. การปฏิบัติก่อนเดินเครื่อง
1.1 อัดจารบีและหยอดนํ้ามันหล่อลื่นให้พอเพียง
1.2 หมุนเพลาของเครื่องสูบนํ้าด้วยมือเพื่อให้แน่ใจว่าหมุนได้คล่อง
1.3 เปิดประตูนํ้าทางท่อดูดให้เต็มที่ ถ้าระบบสูบนํ้าได้ติดตั้งประตูนํ้าไว้ที่
ท่อดูด
1.4 ถ้าใช้ท่ออ่อน ต้องขันเข็มขัดรัดปากท่อให้แน่นเมื่อสวมท่ออ่อนเข้ากับท่อ
ส่งแล้ว ถ้าท่ออ่อนเป็นชนิดที่มีหน้าแปลน ต้องรองด้วยปะเก็นยางและขันนอตให้แน่น ถ้าใช้
ท่อแข็งต้องตรวจและขันข้อต่อต่าง ๆ ให้แน่น
1.5 ทำ ความสะอาดหัวกระโหลกบริเวณตะแกรงกรอง และตรวจสอบว่าหัว
กระโหลกขันติดแน่นกับปลายท่อดูดหรือไม่ ควรเขย่าดูด้วยว่าลิ้นหัวกระโหลกทำ งานหรือไม่
ถ้าทำ งานเป็นปกติจะได้ยินเสียงดังอยู่ภายในหัวกระโหลก
1.6 เปิดประตูนํ้าทางท่อส่งให้พอดีกับความต้องการ ถ้าได้ติดตั้งประตูนํ้าไว้ที่
ท่อส่ง
2. การปฏิบัติเมื่อจะเริ่มเดินเครื่อง
2.1 ล่อนํ้า หรือเติมนํ้าลงไปในท่อดูดให้ขึ้นมาจนเต็มเครื่องสูบนํ้า ซึ่งที่จริงก็
คือการไล่อากาศที่อยู่ภายในท่อดูดและเรือนสูบออกนั่นเอง เมื่อนํ้าถูกใบพัดเหวี่ยงไปทางท่อ
ส่ง ความดันภายในเรือนสูบจะลดตํ่าลง ความดันของบรรยากาศภายนอกจะดันนํ้าให้ไหลเข้า
ไปภายในท่ออย่างสมํ่าเสมอ ถ้านํ้าไม่เต็มท่อจะสูบนํ้าไม่ขึ้น เพราะอากาศที่หลงเหลืออยู่จะ
ต้านทานความดันของบรรยากาศไว้ไม่ให้ดันนํ้าเข้าไปภายในท่อดูด สำ หรับวิธีล่อนํ้านั้น โดย
ปกติเพียงแต่เติมนํ้าลงไปทางช่องเติมนํ้าของเครื่องสูบนํ้าจนล้นออกมา หลังจากนั้นก็รอดูสัก
2-3 นาที ถ้าระดับนํ้าไม่ลดลงไปแสดงว่าท่อดูดไม่รั่ว การสูบนํ้าก็เริ่มต่อไปได้
2.2 ในกรณีที่ติดตั้งเครื่องสูบนํ้าใหม่ ก่อนเดินเครื่องต้องตรวจสอบทิศทาง
การหมุนของเครื่องยนต์ให้สอดคล้องกับทิศทางการหมุนของเครื่องสูบนํ้าเสียก่อน
3. การปฏิบัติขณะเครื่องสูบนํ้าทำ งาน
3.1 ถ้าติดตั้งประตูนํ้าไว้ที่ท่อส่ง ให้รอจนกว่าเครื่องสูบนํ้าจะหมุนได้ความเร็ว
รอบตามที่ต้องการเสียก่อน จึงจะเปิดประตูนํ้าเพื่อให้ได้นํ้าที่มีความดันและปริมาณตามที่
ต้องการ
3.2 ตรวจสอบลูกปืนและปลอกประกับเพลา อย่าให้มีเสียงผิดปกติหรือร้อน
มากเกินไป
3.3 ตรวจสอบเสียง ถ้ามีการดูดอากาศหรือของแข็งเข้าไปในเครื่องสูบนํ้าจะ
เกิดเสียงดังผิดปกติขึ้นภายใน
3.4 ตรวจสอบการสั่นสะเทือน การสั่นสะเทือนนี้อาจจะเกิดขึ้นจากการต่อกัน
ระหว่างเครื่องยนต์กับเครื่องสูบนํ้าที่ไม่ได้ศูนย์ หรือหลวม
3.5 ถ้าเป็นไปได้ให้ตรวจสอบปริมาณนํ้าที่สูบได้ โดยการนำ ภาชนะที่ทราบ
ขนาดไปรองรับนํ้าที่สูบขึ้นมาภายในระยะเวลาหนึ่ง การตรวจสอบนี้จะทำ ให้ทราบว่าอัตรา
ของนํ้าที่สูบได้มีค่าเท่ากับอัตราของนํ้าที่ระบุไว้ในหนังสือคู่มือหรือไม่
3.6 ตรวจสอบรอบเครื่อง เมื่อเครื่องยนต์เดินแล้ว ถ้ารอบเครื่องสูงมากเกิน
ไป จะเห็นฟองอากาศปนออกมากับนํ้าที่สูบ เนื่องจากนํ้าในเรือนสูบถูกพัดแรงเกินไปจนเกิด
ฟอง ถ้ารอบเครื่องไม่พอ ปริมาณนํ้าที่สูบออกมาจากท่อส่งจะมีน้อยและไม่คงที่ นอกจากนั้น
ความดันของนํ้าจะตํ่า ดังนั้นควรปรับเครื่องให้หมุนได้รอบเท่ากับที่ระบุไว้ในหนังสือคู่มือของ
เครื่องสูบนํ้า
4. การปฏิบัติเมื่อเลิกใช้งาน
4.1 เมื่อหยุดเครื่องสูบนํ้า ให้ปิดประตูนํ้าทางท่อส่ง เพื่อป้องกันนํ้าไหลกลับ
มากระแทกเครื่องสูบนํ้า
4.2 ในกรณีที่ต้องหยุดเครื่องไว้เป็นเวลานานๆ ให้ปล่อยก๊อกระบายนํ้าออก
จากเครื่องสูบนํ้าให้หมด
4.3 ทำ ความสะอาดภายนอกเครื่องสูบนํ้า และเครื่องยนต์ที่ใช้ฉุด
4.4 ถอดทำ ความสะอาดท่อดูด และท่อส่ง อย่าให้มีนํ้าหรือสิ่งสกปรกติดค้าง
อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตะแกรงกรองและลิ้นหัวกระโหลก ท่อเหล่านี้ควรจะแห้งสนิทเวลานำ
ไปเก็บ ถ้าเป็นท่อผ้าใบก็จำ เป็นต้องคลี่ออกให้สุดความยาว ล้างและผึ่งแดดให้แห้ง ก่อนที่จะ
ม้วนและนำ ไปแขวนเก็บไว้ให้ห่างจากพื้นดิน เพื่อไม่ให้รับความชื้นที่มาจากดินอีก
4.5 บำ รุงรักษาเครื่องยนต์ให้ถูกต้อง ตามหลักการเกี่ยวกับการเก็บเมื่อไม่ใช้
งานเป็นเวลานาน ๆ ส่วนเครื่องสูบนํ้านั้น ควรจะอัดจารบีให้เต็มก่อนที่จะนำ ไปเก็บ
การเลือกขนาดท่อที่เหมาะสมเป็นสิ่งหนึ่งที่สำ คัญในการติดตั้งระบบสูบนํ้าในทาง
ปฏิบัติความเร็วของนํ้าที่สูบขึ้นมาใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานที่ทำ เช่น การสูบนํ้าจากคลอง
ชลประทานขึ้นมาในไร่นาโดยมีท่อดูดและท่อส่งนั้น ความเร็วที่ใช้อาจจะสูงถึง 4.5 เมตรต่อ
วินาที แต่ถ้าจะสูบนํ้าขึ้นไปเก็บไว้บนถังที่อยู่สูงโดยที่ระบบสูบนํ้ามีท่อดูดและท่อส่งยาว โค้ง
งอหรือมีประตูนํ้ามาก ความเร็วของนํ้าที่สูบก็อาจจะเท่ากับ 1.8 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น อย่าง
ไรก็ตามถ้าความเร็วของนํ้าสูงเกินไป เครื่องสูบนํ้าที่ใช้ก็ต้องมีแรงดันมาก อันเป็นเหตุให้
เครื่องต้นกำ ลังที่จะนำ มาฉุดมีกำ ลังสูงตามไปด้วย ส่วนความเร็วของนํ้าที่ตํ่าเกินไป ท่อนํ้าที่
ใช้ก็ต้องใหญ่ขึ้น ทำ ให้ต้องเสียค่าท่อมากเกินความจำ เป็น
วิธีที่ดีที่สุด เกษตรกรควรจะคำ นวณหาต้นทุนของการติดตั้งระบบสูบนํ้าประมาณ 2-
3 ระบบ โดยใช้ท่อที่มีขนาดแตกต่างกัน และนำ ผลมาเปรียบเทียบกัน แต่ถ้าจะมีการใช้นํ้าใน
อัตราที่สูงขึ้นในอนาคต ก็ควรจะเลือกใช้ท่อที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย นอกจากนั้นเมื่อใช้งาน
ไปนาน ๆ ภายในท่อจะมีสนิม และคราบหินปูนเกาะติดทำ ให้ขนาดท่อเล็กลง ดังนั้นเครื่อง
สูบนํ้าที่ใช้จึงควรจะมีแรงดันสูงขึ้น
โดยปกติการส่งนํ้าไปให้ไกล และสูงขึ้นอยู่กับแรงดันของเครื่องสูบนํ้าและขนาดของ
ท่อ ท่อขนาดใหญ่สามารถส่งนํ้าไปได้ไกลกว่าและด้วยปริมาณที่มากกว่าท่อขนาดเล็ก เมื่อใช้
เครื่องสูบนํ้าขนาดเดียวกัน ทั้งนี้เพราะท่อขนาดเล็กมีแรงเสียดทานภายในท่อมากกว่า ทำ ให้
นํ้าไหลไม่สะดวก แต่ถ้าใช้ท่อใหญ่เกินความจำ เป็นก็อาจจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
การเลือกขนาดของเครื่องสูบนํ้า และกำ ลังของเครื่องต้นกำ ลังที่จะมาฉุดนั้น จะเห็นว่า
ถ้าต้องการสูบนํ้ามาก ๆ และส่งไปใช้ไกล ๆ เครื่องต้นกำ ลังก็ต้องมีกำ ลังหรือแรงม้าสูง ๆ แต่
ถ้าต้องการสูบนํ้าเพียงเพื่อส่งนํ้าข้ามคันนาเข้าไปในนาก็ไม่จำ เป็นต้องใช้เครื่องต้นกำ ลังที่มี
แรงม้าสูงมากนัก ข้อสังเกตง่ายๆ ที่ทำ ให้ทราบว่าเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องต้นกำ ลังนั้นมี
กำ ลังพอหรือไม่ ให้ดูที่รอบของเครื่องขณะที่ทำ งานเมื่อเริ่มสูบนํ้า ถ้าเร่งเครื่องจนรอบสูงจัด
แล้วก็ยังไม่มีนํ้าไหลผ่านเครื่องสูบนํ้าออกมา หรือมีอาการที่เรียกว่ารอบเครื่องตก คือเครื่อง
ยนต์หมุนช้าลงอย่างมากขณะที่นํ้าไหลออกมา แสดงว่าเครื่องยนต์มีขนาดเล็กเกินไป ไม่
เหมาะที่จะใช้ฉุด ถ้าใช้ต่อไปเครื่องยนต์จะร้อนจัดเพราะทำ งานหนักมากเกินไป ในที่สุดจะ
เสียหายจนใช้การไม่ได้